ถ้าวันหนึ่งคนที่คุ้นเคยกับ G-SHOCK เรือนใหญ่ลองเปลี่ยนมาใส่นาฬิกา Casio ที่ไม่มีปุ่มเรียงรอบตัวเรือน ไม่มีขอบกันกระแทกหนาๆ และไม่มีคำว่า SHOCK RESIST อยู่บนหน้าปัด เขาจะยังรู้สึกว่ามันเป็น Casio อยู่ไหม?
คำตอบของผมอยู่บนข้อมือในภาพนี้ครับ Casio OCEANUS OCW-T200SB-1AJF นาฬิกาสีดำทั้งเรือนที่ใช้รายละเอียดสีน้ำเงินเพียงไม่กี่จุด แต่กลับทำให้คนรักนาฬิกาอยากหยุดมองนานกว่าที่คิด
OCEANUS ไม่ได้พยายามพูดเสียงดังเหมือน G-SHOCK มันเลือกเล่าเรื่องด้วยผิวโลหะ เส้นสายที่พอดี และหน้าปัดสามเข็มที่ดูเหมือนไม่มีอะไรซับซ้อน จนกระทั่งเราเริ่มถามว่า ภายใต้ความเรียบนั้น Casio ใส่อะไรเอาไว้บ้าง
OCEANUS OCW-T200SB-1AJF คือรุ่นอะไร?
รหัสบนฝาหลังในภาพระบุ OCW-T200 และหมายเลขโมดูล 5596 ส่วนเอกสารประกอบในภาพระบุรหัสจำหน่าย OCW-T200SB-1AJF ซึ่งตรงกับรุ่น OCEANUS Classic Line สีดำที่ Casio Japan เปิดตัวใน เดือนกุมภาพันธ์ 2020
Casio ใช้แนวคิด “Elegance, Technology” กับ OCEANUS รุ่นนี้อย่างตรงไปตรงมา ด้านหน้าเป็นนาฬิกาสามเข็มที่ดูสะอาดตา แต่ด้านการทำงานมีทั้ง Tough Solar, Multi Band 6 และ Bluetooth อยู่ร่วมกัน
นี่คือความต่างที่น่าสนใจระหว่าง OCEANUS กับ G-SHOCK: เรือนหนึ่งทำให้เรามองเห็นความแข็งแกร่งตั้งแต่แรกพบ ส่วนอีกเรือนปล่อยให้เราใช้เวลาอยู่กับมันก่อน แล้วจึงค่อยพบเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่
สีดำที่ไม่ได้ดำสนิทเสียทีเดียว
หากมองผ่านภาพเล็กๆ OCW-T200SB-1AJF อาจดูเป็นนาฬิกาดำล้วน แต่พอขยับเข้าใกล้ จะเห็นว่า Casio วางสีน้ำเงินไว้บนเข็ม หลักชั่วโมง และโลโก้ OCEANUS อย่างประหยัดมาก
สีน้ำเงินไม่ได้แย่งความสนใจจากหน้าปัด มันทำหน้าที่เหมือนแสงบางๆ ที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ—ปรากฏชัดเมื่อมุมและแสงเหมาะสม แล้วกลับไปนิ่งอยู่ในความดำอีกครั้ง
ตัวเรือนและสายสเตนเลสผ่านการทำสีดำด้วยกระบวนการ Black IP หรือ Ion Plating รูปทรงขอบหน้าปัดค่อนข้างเรียบ จึงเข้ากับเสื้อเชิ้ต แจ็กเก็ต หรือชุดทำงานได้ง่าย ขณะเดียวกันก็ไม่เรียบจนขาดบุคลิกเมื่อใส่กับเสื้อยืดในวันหยุด
ภาพบนข้อมือแสดงบุคลิกนี้ได้ดีครับ นาฬิกาดูสุภาพเมื่ออยู่ข้างแขนเสื้อสีเข้ม แต่เข็มและหลักชั่วโมงสีน้ำเงินยังทำให้รู้ว่าเจ้าของไม่ได้เลือกเรือนนี้เพียงเพราะต้องการนาฬิกาสีดำธรรมดา
สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้หน้าปัดสามเข็ม
สิ่งที่ผมชอบใน OCEANUS T200 คือความซับซ้อนของระบบไม่ได้ถูกแสดงออกมาเป็นหน้าปัดย่อยจำนวนมาก รุ่นนี้ยังคงมีเข็มชั่วโมง นาที วินาที และช่องวันที่ จึงอ่านเวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แต่เบื้องหลังความเรียบมีระบบสำคัญสามส่วน:
- Tough Solar รับพลังงานจากแสงและเก็บไว้ในเซลล์ชาร์จภายใน
- Multi Band 6 เทียบเวลาจากสถานีส่งสัญญาณมาตรฐานในพื้นที่ที่รองรับ
- Bluetooth เชื่อมต่อแอป CASIO WATCHES เพื่อปรับเวลาและตั้งค่าผ่านสมาร์ตโฟน
สำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย การเชื่อมต่อ Bluetooth มีประโยชน์เป็นพิเศษ เพราะการรับสัญญาณวิทยุ Multi Band 6 อาจไม่สม่ำเสมอเหมือนการใช้งานในพื้นที่ที่มีสถานีส่งสัญญาณมาตรฐานโดยตรง นอกจากนี้แอปยังช่วยดูสถานะนาฬิกาและตั้งค่าได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม นาฬิกาไม่ได้ต้องเชื่อมต่อโทรศัพท์ตลอดเวลาจึงจะเดินได้ หากไม่ได้รับสัญญาณวิทยุและไม่ได้เชื่อมต่อสมาร์ตโฟน Casio ระบุความแม่นยำในการเดินแบบควอตซ์ทั่วไปไว้ที่ประมาณ ±15 วินาทีต่อเดือน
ขนาดและวัสดุ: เรียบ แต่ไม่ได้บอบบาง
OCW-T200SB-1AJF มีขนาดตัวเรือน 49.5 × 41.4 × 10.7 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 133 กรัม ตัวเรือนและสายทำจากสเตนเลส จึงให้ความรู้สึกแน่นมือมากกว่านาฬิกาเรซิน แม้ความหนาจะอยู่ที่เพียง 10.7 มิลลิเมตร
ด้านหน้าใช้ กระจกแซฟไฟร์เคลือบสารลดแสงสะท้อนด้านใน ช่วยให้มองหน้าปัดได้ชัดขึ้นและทนรอยขีดข่วนได้ดี ส่วนเข็มและหลักชั่วโมงมีสารเรืองแสง Neo-Brite ซึ่งภาพถ่ายในที่มืดแสดงให้เห็นเป็นแสงสีฟ้า
สเปกกันน้ำจากโรงงานอยู่ที่ 10 บาร์ หรือประมาณ 100 เมตร เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันตามเงื่อนไขของผู้ผลิต แต่ถ้าซื้อเป็นนาฬิกามือสองและตั้งใจใส่ลงน้ำ ควรตรวจซีลและทดสอบแรงดันก่อนเสมอ
เรือนจริงในภาพบอกอะไรเรา?
ภาพชุดนี้มีทั้งภาพขึ้นข้อมือ ภาพหน้าปัดในแสงต่างกัน ภาพพรายน้ำ ฝาหลัง สาย ตัวล็อก และชุดกล่องกับเอกสาร ช่วยให้เห็นนาฬิกาหลายด้านกว่าการดูภาพหน้าตรงเพียงใบเดียว
ที่ฝาหลังมองเห็นรหัสรุ่นและโมดูลชัดเจน ส่วนภาพระยะใกล้ของสายและตัวล็อกช่วยให้พิจารณาผิว Black IP และร่องรอยการสวมใส่ได้ เอกสารในภาพยังระบุรหัสรุ่นตรงกับตัวนาฬิกา และมีข้อสายสำรองให้เห็น
อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันการทำงานของการรับสัญญาณ Bluetooth การเก็บประจุของเซลล์ชาร์จ หรือสถานะการกันน้ำได้ หากเป็นการซื้อขายจริง ควรตรวจการทำงานเหล่านี้แยกจากสภาพภายนอก และไม่ควรถือว่าการมีใบรับประกันเก่าหมายถึงยังอยู่ในระยะรับประกัน
ก่อนซื้อ OCW-T200SB-1AJF มือสอง ควรดูอะไร?
สีดำแบบ Black IP สวยมากเมื่อยังอยู่ครบ แต่รอยกระแทกที่ขอบหรือสายอาจเห็นสีโลหะเดิมได้ชัดกว่านาฬิกาสเตนเลสสีธรรมชาติ จึงควรดูภาพขอบตัวเรือน ข้อสาย และตัวล็อกจากหลายมุม
นอกจากนี้ควรตรวจว่าข้อสายที่มีอยู่ใส่กับข้อมือได้พอดีหรือไม่ ลองเชื่อมต่อกับแอป CASIO WATCHES ตรวจการชาร์จและการเก็บพลังงาน รวมถึงสังเกตว่าเข็ม วันที่ และระบบปรับตำแหน่งเข็มทำงานถูกต้องหรือเปล่า
ถ้าคุณชอบอ่านเรื่องการดูแลนาฬิกา Casio หลังใช้งาน ลองดู แนวทางตรวจแบตเตอรี่และซีลนาฬิกา Casio มือสอง เพิ่มเติมได้ครับ โดยรายละเอียดการเซอร์วิสต้องเลือกให้ตรงกับระบบ Tough Solar ของเรือนนี้
ทำไมคนรัก G-SHOCK อาจหลงรัก OCEANUS?
ผมคิดว่าคำตอบไม่ใช่เพราะสองตระกูลนี้เหมือนกัน แต่เป็นเพราะมันแสดงความสามารถของ Casio คนละด้าน
G-SHOCK ทำให้เราชื่นชมวิธีรับมือกับแรงกระแทก สิ่งแวดล้อม และการใช้งานหนัก ส่วน OCEANUS ทำให้เราชื่นชมวิธีนำเทคโนโลยีจำนวนมากไปซ่อนไว้ในนาฬิกาที่ดูสุภาพและใช้งานได้ทุกวัน
OCW-T200SB-1AJF จึงเป็นเรือนที่น่าสนใจสำหรับคนที่มี G-SHOCK อยู่แล้วและอยากเพิ่มนาฬิกาสำหรับวันทำงานหรือโอกาสที่ต้องการความเรียบขึ้นอีกระดับ มันไม่ได้มาแทนเรือนโปรดของคุณ แต่มาเติมช่องว่างในคอลเลกชันที่นาฬิกาเรือนใหญ่บางเรือนเข้าไปไม่ถึง
เมื่อมองอีกครั้ง หน้าปัดสามเข็มสีดำนี้อาจไม่ได้เรียบอย่างที่เห็นตอนแรก เพราะภายในมีทั้งเรื่องของแสง คลื่นวิทยุ การเชื่อมต่อ และความตั้งใจในการเลือกใช้สีน้ำเงินเพียงเล็กน้อยให้คนสังเกต
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ ถ้าในกล่องมี G-SHOCK คู่ใจอยู่แล้ว จะเพิ่ม OCEANUS สีดำเรือนนี้สำหรับวันทำงานไหม?
ติดตามเรื่องราวของนาฬิกา Casio ทั้งสายแข็งแกร่งและสายเรียบหรูได้ที่ www.gshockmuesong.com
คำถามที่พบบ่อย
OCW-T200SB-1AJF เป็น G-SHOCK หรือไม่?
ไม่ใช่ รุ่นนี้อยู่ในตระกูล Casio OCEANUS Classic Line ซึ่งเน้นความเรียบหรูและเทคโนโลยีปรับเวลา
OCW-T200SB-1AJF เปิดตัวเมื่อไร?
Casio Japan ระบุเดือนเปิดตัวไว้ที่กุมภาพันธ์ 2020
ใช้โทรศัพท์ตั้งเวลาได้หรือไม่?
ได้ รุ่นนี้รองรับ Bluetooth และแอป CASIO WATCHES รวมทั้งรับสัญญาณเทียบเวลาทางวิทยุ Multi Band 6 ในพื้นที่ที่รองรับ
เป็นนาฬิกาไทเทเนียมหรือไม่?
ไม่ใช่ Casio ระบุว่าตัวเรือนและสายของรุ่นนี้เป็นสเตนเลส ผ่านการทำผิวสีดำแบบ Black IP
กันน้ำได้เท่าไร?
สเปกจากโรงงานคือ 10 บาร์ แต่หากเป็นนาฬิกามือสอง ควรทดสอบแรงดันก่อนนำลงน้ำจริง








0 ความคิดเห็น