รีวิว G-SHOCK × BE@RBRICK DW-5600MT-1 เมื่อนาฬิกา Square กลายเป็นของเล่นสะสม

รีวิว G-SHOCK × BE@RBRICK DW-5600MT-1 เมื่อนาฬิกา Square กลายเป็นของเล่นสะสม

G-SHOCK BE@RBRICK DW-5600MT-1 พร้อมกล่องหัวหมี

ครั้งแรกที่เห็นภาพนี้ หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใด G-SHOCK จึงถูกวางอยู่บนศีรษะหมีสีดำตัวใหญ่ คำตอบก็คือ หัวหมีที่เห็นไม่ใช่พร็อปตกแต่งฉาก แต่เป็นกล่องดั้งเดิมของ G-SHOCK × MEDICOM TOY DW-5600MT-1 หนึ่งใน Collaboration ที่ผสมโลกของนาฬิกากับของเล่นสะสมได้สนุกที่สุด

ตัวนาฬิกาอาจดูเรียบง่ายด้วยคู่สีขาว–ดำ แต่เมื่อมองใกล้จะพบสัญลักษณ์ “@” และดาวกระจายอยู่ทั่วสาย ฝาหลังมีรูปศีรษะหมีที่คนรัก Art Toy จดจำได้ทันที ขณะที่ตัวเรือนถูกบรรจุมาในกล่องรูปหัว BE@RBRICK ขนาดใหญ่

ทุกองค์ประกอบกำลังบอกว่า นี่ไม่ใช่ DW-5600 สีดำธรรมดา แต่เป็นจุดนัดพบของของสะสมสองโลก—นาฬิกาที่เกิดมาเพื่อทนทาน กับหมีทรงเหลี่ยมซึ่งกลายเป็นผืนผ้าใบให้ศิลปินและแบรนด์ทั่วโลก

หน้าปัด G-SHOCK MEDICOM TOY DW-5600MT-1

จากนาฬิกาทนแรงกระแทกสู่สัญลักษณ์วัฒนธรรมสตรีท

G-SHOCK ถือกำเนิดในปี 1983 จากความตั้งใจของ Kikuo Ibe วิศวกรของ Casio ที่ต้องการสร้างนาฬิกาซึ่งไม่แตกง่ายเมื่อหล่นกระแทก ผลลัพธ์คือ DW-5000C และแนวคิดความแข็งแกร่งที่กลายเป็นหัวใจของ G-SHOCK มาจนถึงปัจจุบัน

จากนาฬิกาสำหรับการใช้งานหนัก G-SHOCK ค่อยๆ เดินเข้าสู่วัฒนธรรมสตรีท ดนตรี สเกตบอร์ด สนีกเกอร์ และแฟชั่น จนตัวเรือนทรง Square ไม่ได้สื่อถึงความทนทานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเหมือนพื้นที่ว่างซึ่งสามารถนำมาตีความร่วมกับศิลปินและแบรนด์ต่างๆ ได้

เมื่อถึงปี 2013 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 30 ปี G-SHOCK การร่วมงานกับ MEDICOM TOY จึงมีความหมายมากกว่าการทำลวดลายพิเศษ เพราะเป็นการนำไอคอนจากโลกนาฬิกามาพบกับไอคอนจากโลกของเล่นสะสมอย่างแท้จริง

หน้าจอ Negative Display ของ G-SHOCK DW-5600MT-1

MEDICOM TOY และ BE@RBRICK คือใคร

MEDICOM TOY เป็นบริษัทของเล่นสะสมจากญี่ปุ่น ผู้สร้างผลิตภัณฑ์ซึ่งเชื่อมของเล่น ศิลปะ แฟชั่น ภาพยนตร์และวัฒนธรรมป๊อปเข้าด้วยกัน ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดชิ้นหนึ่งคือ BE@RBRICK หมีทรงเรขาคณิตที่เปิดตัวในปี 2001

รูปทรงของ BE@RBRICK ถูกออกแบบให้เรียบง่าย แต่สามารถเปลี่ยนลวดลายและบุคลิกไปตามศิลปิน คาแรกเตอร์ หรือแบรนด์ที่ร่วมงานด้วยได้ มันจึงไม่ได้เป็นเพียงของเล่น แต่ทำหน้าที่คล้ายผืนผ้าใบสามมิติสำหรับงานออกแบบ

ความน่าสนใจคือ G-SHOCK ก็มีคุณสมบัติแบบเดียวกัน ตัวเรือนพื้นฐานสามารถถูกนำไปใช้กับสี กราฟิก และแนวคิดที่แตกต่างกันได้ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้

BE@RBRICK คือของเล่นที่กลายเป็นงานศิลปะ ส่วน G-SHOCK คือนาฬิกาใช้งานที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่น เมื่อทั้งสองมาพบกัน ผลลัพธ์จึงเป็นของสะสมที่บอกเวลาได้จริง

หน้าปัดขาวดำ G-SHOCK Collaboration BE@RBRICK

DW-5600MT-1 เปิดตัวเมื่อใด

G-SHOCK × MEDICOM TOY รุ่น DW-5600MT-1JR เปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นวันที่ 24 สิงหาคม 2013 โดยเปิดรับจองผ่านร้านของ MEDICOM TOY ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม และจำหน่ายผ่านร้านที่ได้รับเลือกเท่านั้น

ราคาจำหน่ายตอนเปิดตัวอยู่ที่ 15,750 เยน รวมภาษี ถือว่าสูงกว่า DW-5600 รุ่นมาตรฐานในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนหนึ่งมาจากสถานะ Collaboration และแพ็กเกจรูปศีรษะ BE@RBRICK ที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ

รุ่นที่จำหน่ายนอกญี่ปุ่นอาจพบรหัสลงท้ายแตกต่างกัน เช่น DW-5600MT-1ER แต่รหัสหลักของตัวเรือนคือ DW-5600MT-1 และใช้โมดูล 3229 เหมือนกัน

ด้านข้างตัวเรือน G-SHOCK DW-5600MT-1

ภาคต่อของการร่วมงานในปีเดียวกัน

ก่อนหน้ารุ่น DW-5600MT-1 ในช่วงต้นปี 2013 G-SHOCK และ MEDICOM TOY เคยเปิดตัว DW-6900 รุ่นพิเศษมาแล้ว การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นอีกบทหนึ่งของการร่วมงาน โดยเปลี่ยนจากตัวเรือนทรงกลมขนาดใหญ่ของ 6900 มาเป็นทรง Square ที่เรียบและใกล้เคียงรากฐานของ G-SHOCK มากขึ้น

หาก DW-6900 รุ่นก่อนหน้ามีอารมณ์สนุกและโดดเด่น DW-5600MT-1 ก็เหมือนด้านตรงข้าม—ขรึมกว่า เรียบกว่า และใช้เพียงคู่สีขาว–ดำ แต่ยังเก็บความขี้เล่นเอาไว้บนลายสายและแพ็กเกจ

ดำ–ขาว เรียบจากระยะไกล แต่มีเรื่องราวเมื่อมองใกล้

กรอบและสายใช้เรซินสีดำเงา ตัวอักษร PROTECTION และ G-SHOCK ใช้สีขาว ช่วยขับรูปทรงแปดเหลี่ยมของ DW-5600 ให้ชัดเจน บริเวณหน้าปัดใช้พื้นสีขาวล้อมหน้าจอ Negative Display สีดำ เกิดความต่างอย่างชัดเจนแต่ยังดูสะอาด

หน้าจอ Negative Display ทำให้ตัวเลขกลืนไปกับพื้นสีดำเมื่อมองบางมุม ให้อารมณ์เหมือนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือของเล่นดีไซน์ แม้จะอ่านยากกว่า Positive Display ในที่แสงน้อย แต่เข้ากับแนวคิดขาว–ดำของรุ่นได้เป็นอย่างดี

การไม่มีสีสดจำนวนมากยังทำให้รุ่นนี้สวมใส่ง่าย หากมองจากด้านหน้าจะดูคล้าย G-SHOCK สีดำเรียบๆ แต่เมื่อพลิกข้อมือ ลวดลายบนสายจะเปิดเผยตัวตนของ BE@RBRICK ออกมาทันที

ลายเครื่องหมาย @ และดาวบนสาย G-SHOCK BE@RBRICK

ความหมายของเครื่องหมาย “@” บนสาย

สิ่งที่เห็นซ้ำบนสายไม่ใช่ลวดลายก้นหอยทั่วไป แต่คือเครื่องหมาย “@” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชื่อและอัตลักษณ์ของ BE@RBRICK

MEDICOM TOY นำเครื่องหมายดังกล่าวมาวางสลับกับรูปดาวบนสายสีดำ ทำให้เกิดลวดลายที่ดูสนุก แต่ยังควบคุมด้วยคู่สีขาว–ดำอย่างมีระเบียบ ลายพิมพ์ปรากฏตลอดทั้งสองฝั่งของสาย รวมถึงบริเวณใกล้ห่วงสายและบัคเคิล

รายละเอียดนี้มีความสำคัญสำหรับการสะสม เพราะสายเดิมของรุ่นคือองค์ประกอบที่บอกตัวตนของ Collaboration ได้ชัดที่สุด หากถูกเปลี่ยนเป็นสายดำมาตรฐาน นาฬิกาอาจยังสวมใส่ได้ แต่เรื่องราวของ BE@RBRICK จะหายไปมากทีเดียว

สายเรซินลาย BE@RBRICK ดั้งเดิมของ DW-5600MT-1

ฝาหลังที่ทำหน้าที่เหมือนตราประทับ

ฝาหลังสเตนเลสสลักรหัส DW-5600MT และหมายเลขโมดูล 3229 ตรงกลางเป็นรูปศีรษะหมี BE@RBRICK พร้อมเครื่องหมาย “@” ขนาดใหญ่ และข้อความลิขสิทธิ์ MEDICOM TOY ปี 2013

ในตลาดมือสอง ฝาหลังคือหนึ่งในตำแหน่งสำคัญที่ควรตรวจสอบ เพราะช่วยยืนยันว่าตัวเรือนเป็นรุ่น MEDICOM TOY จริง ไม่ใช่ DW-5600 รุ่นทั่วไปที่นำกรอบหรือสายลายพิเศษมาใส่ภายหลัง

กล่องหัวหมี—พระเอกอีกชิ้นของชุด

ส่วนที่ทำให้ DW-5600MT-1 แตกต่างจาก Collaboration ทั่วไปคือแพ็กเกจ ตัวนาฬิกาถูกบรรจุอยู่ภายในกล่องสีดำรูปศีรษะ BE@RBRICK ซึ่งสามารถเปิดออกและใช้เป็นแท่นจัดแสดงได้

นี่เป็นการออกแบบที่ชาญฉลาด เพราะกล่องไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเก็บเข้าตู้แล้วลืม แต่สามารถวางโชว์ร่วมกับนาฬิกาและของเล่นสะสมชิ้นอื่นได้ เมื่อสวมเรือนนี้กับกล่องหัวหมี เราจะเห็นภาพของ Collaboration สมบูรณ์กว่าการมองตัวนาฬิกาเพียงลำพัง

จุดสำคัญ: กล่องหัวหมีที่ปรากฏในภาพเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจดั้งเดิม ไม่ใช่ BE@RBRICK ตัวใหญ่ที่นำมาใช้เป็นแท่นวางนาฬิกาโดยบังเอิญ

บัคเคิลและห่วงสาย G-SHOCK BE@RBRICK

ข้อมูลจำเพาะ G-SHOCK DW-5600MT-1

ชื่อรุ่น G-SHOCK × MEDICOM TOY BE@RBRICK DW-5600MT-1
รหัสญี่ปุ่น DW-5600MT-1JR
วันเปิดตัว 24 สิงหาคม 2013
ราคาตอนเปิดตัว 15,750 เยน รวมภาษี
วาระพิเศษ ฉลองครบรอบ 30 ปี G-SHOCK
โมดูล 3229
รูปแบบการแสดงผล ดิจิทัล หน้าจอ Negative Display
ขนาดโดยประมาณ 48.9 × 42.8 × 13.4 มิลลิเมตร
วัสดุกรอบและสาย เรซิน
กระจก Mineral Glass
การป้องกัน โครงสร้างทนแรงกระแทก
การกันน้ำ 200 เมตรตามสเปกจากโรงงาน
ระบบจับเวลา ละเอียด 1/100 วินาที สูงสุด 24 ชั่วโมง
ระบบนับถอยหลัง ตั้งได้สูงสุด 24 ชั่วโมง
ระบบปลุก Multi-function Alarm และสัญญาณรายชั่วโมง
ไฟส่องสว่าง Electro-Luminescent Backlight พร้อม Afterglow
ปฏิทิน Full Auto Calendar ถึงปี 2099
แบตเตอรี่ CR2016 อายุประมาณ 2 ปีตามสเปก
แพ็กเกจ กล่องรูปศีรษะ BE@RBRICK ออกแบบเฉพาะรุ่น

ฝาหลัง DW-5600MT โมดูล 3229 พร้อมโลโก้ MEDICOM TOY

ฟังก์ชันอาจไม่หวือหวา แต่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

DW-5600MT-1 ไม่มี Bluetooth ระบบชาร์จพลังงานแสง หรือเซ็นเซอร์ขั้นสูง แต่มีฟังก์ชันพื้นฐานที่เป็นจุดแข็งของ DW-5600 ได้แก่ การจับเวลา นับถอยหลัง ตั้งปลุก ปฏิทินอัตโนมัติ และไฟ EL

ข้อดีของความเรียบง่ายคือเรียนรู้การใช้งานได้รวดเร็ว ดูแลไม่ยุ่งยาก และยังสามารถใช้เป็นนาฬิกาประจำวันได้จริง แม้จะเป็น Collaboration ที่มีคุณค่าในด้านการสะสมก็ตาม

สิ่งที่ควรตรวจสอบเมื่อซื้อ DW-5600MT-1 มือสอง

  • ตรวจรหัส DW-5600MT และโมดูล 3229 บนฝาหลัง
  • ตรวจโลโก้ BE@RBRICK และข้อความ © 2013 MEDICOM TOY
  • ตรวจลาย “@” และดาวบนสายทั้งสองด้าน
  • ตรวจการลอกหรือจางของลายพิมพ์บริเวณรูสายและห่วงสาย
  • ตรวจกรอบและสายว่ามีอาการแข็ง เปราะหรือแตกร้าวหรือไม่
  • ตรวจหน้าจอ ปุ่มกด เสียงปลุกและไฟ EL
  • ตรวจกล่องหัวหมี รวมถึงจุดเปิดและชิ้นส่วนภายใน
  • หากนำไปใช้งานจริง ควรเช็กซีลและทดสอบการกันน้ำใหม่

สภาพจากภาพจริงของเรือนนี้

จากภาพ ตัวเรือนยังรักษารูปทรงได้ดี กรอบสีดำเงายังเห็นรายละเอียดตัวอักษรชัดเจน หน้าจอทำงาน และสายลาย BE@RBRICK ทั้งสองฝั่งยังอยู่ครบ

ฝาหลังมีรอยเส้นจากการใช้งานตามธรรมชาติของนาฬิกามือสอง แต่รหัสรุ่น หมายเลขโมดูล โลโก้ และข้อความ MEDICOM TOY ยังอ่านได้ชัดเจน บริเวณสายและบัคเคิลมีร่องรอยสัมผัสบ้างตามอายุ

จุดเด่นที่สุดคือยังมีกล่องหัวหมี BE@RBRICK ซึ่งช่วยให้ภาพรวมของรุ่นสมบูรณ์และน่าสนใจในมุมสะสมมากกว่าการมีเฉพาะตัวเรือน อย่างไรก็ตาม ควรยึดอุปกรณ์ที่ปรากฏในภาพเป็นหลัก และไม่ตีความว่าเป็น Full Set หากยังไม่ได้ตรวจกล่องกระดาษหรือเอกสารส่วนอื่นเพิ่มเติม

ทำไมรุ่นนี้จึงน่าสะสม

เหตุผลแรกคือการเป็นผลงานจากปีครบรอบ 30 ปี G-SHOCK เหตุผลที่สองคือความร่วมมือกับ MEDICOM TOY ซึ่งมีฐานนักสะสมอยู่ทั่วโลก และเหตุผลที่สามคือแพ็กเกจหัวหมีที่ทำให้นาฬิกาทั้งชุดสามารถจัดแสดงได้เหมือนงาน Art Toy

นอกจากนี้ DW-5600 ยังเป็นรูปทรงที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ G-SHOCK การเลือกใช้ตัวเรือน Square จึงทำให้รุ่นนี้เชื่อมโยงกับรากฐานของแบรนด์ได้ดีกว่านาฬิกา Collaboration ที่ใช้รูปทรงแฟชั่นเพียงอย่างเดียว

เสน่ห์อีกประการหนึ่งคือดีไซน์ที่มีสองบุคลิก เมื่ออยู่บนข้อมือจะดูเป็น G-SHOCK สีดำเรียบ แต่เมื่อพลิกดูสาย ฝาหลัง หรือวางกลับลงบนกล่องหัวหมี ตัวตนของ BE@RBRICK จึงปรากฏออกมาอย่างเต็มที่

ตัวเรือน Square บอกเล่าประวัติศาสตร์ของ G-SHOCK
สัญลักษณ์ “@” บอกตัวตนของ BE@RBRICK
ส่วนกล่องหัวหมีทำให้เครื่องบอกเวลากลายเป็นงานสะสม

สรุปรีวิว G-SHOCK × BE@RBRICK DW-5600MT-1

G-SHOCK × MEDICOM TOY DW-5600MT-1 ไม่ได้พยายามโดดเด่นด้วยสีสันจำนวนมาก แต่ใช้ความต่างระหว่างขาวกับดำ ลายสัญลักษณ์เล็กๆ และแพ็กเกจที่จดจำได้ทันทีเป็นตัวเล่าเรื่อง

มันเป็นทั้งนาฬิกาดิจิทัลที่สวมใส่ได้จริง เป็นของที่ระลึกจากวาระครบรอบ 30 ปี G-SHOCK และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การร่วมงานระหว่างแบรนด์นาฬิกากับวงการ Designer Toy

สำหรับคนทั่วไป นี่อาจเป็นเพียง G-SHOCK สีดำบนแท่นรูปหมี แต่สำหรับคนที่รู้จัก MEDICOM TOY และ BE@RBRICK มันคือช่วงเวลาที่ของสะสมสองโลกถูกนำมารวมไว้ในชิ้นเดียวอย่างชาญฉลาด

ถ้าต้องเลือกสะสมเพียงอย่างเดียว ระหว่างตัวนาฬิกา BE@RBRICK กับฟิกเกอร์ BE@RBRICK เพื่อนๆ จะเลือกชิ้นไหน?

ติดตามรีวิว G-SHOCK มือสองและเรื่องราวนาฬิการุ่นน่าสะสมเพิ่มเติมได้ที่ www.gshockmuesong.com

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น