G-SHOCK G-001-9DR “Jason” เหลือง–แดง การคืนชีพตำนาน Capsule Tough จากปี 1994
![]() |
| G-SHOCK G-001-9DR Jason สีเหลืองแดง พร้อมกล่องเหล็ก |
เจาะเรื่องราวของ G-SHOCK G-001-9DR สีเหลือง–แดง นาฬิกาดิจิทัลที่นักสะสมรู้จักกันในชื่อ “Jason” พร้อมย้อนประวัติจาก DW-001 ปี 1994 ทำความรู้จักแนวคิด Capsule Tough สำรวจรายละเอียดตัวเรือน และเปิดสเปกของโมดูล 3247 อย่างครบถ้วน
นาฬิกาสีสดที่ซ่อนเรื่องราวจากยุค 90
![]() |
| หน้าปัดดิจิทัล G-SHOCK G-001-9DR โมดูล 3247 |
ถ้าเห็นนาฬิกาเรือนนี้อยู่ไกลๆ สิ่งแรกที่สะดุดตาคงหนีไม่พ้นตัวเรือนสีเหลืองสด ซึ่งตัดกับขอบหน้าปัดสีดำและปุ่มกดสีแดงอย่างชัดเจน แต่หากเดินเข้าไปมองใกล้อีกนิด จะพบว่า G-SHOCK G-001-9DR ไม่ได้มีดีเพียงการใช้สีที่โดดเด่นเท่านั้น
เส้นสายโค้งมน ชิ้นส่วนเรซินหลายชั้น และโครงสร้างที่โอบลงมาถึงด้านหลังตัวเรือน ล้วนเชื่อมโยงกลับไปหาหนึ่งใน G-SHOCK รุ่นสำคัญจากปี 1994 นั่นคือ DW-001J ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด Capsule Tough
กล่าวให้เข้าใจง่ายที่สุด G-001-9DR คือการนำรูปลักษณ์ของ G-SHOCK รุ่นเก่าที่มีบุคลิกเฉพาะตัวกลับมาสร้างใหม่ พร้อมเพิ่มฟังก์ชันดิจิทัล ให้เหมาะกับการใช้งานในยุคถัดมา
หมายเลขโมดูล: 3247
สีหลัก: เหลือง–แดง–ดำ
ชื่อที่นักสะสมเรียก: G-SHOCK Jason
ประวัติ DW-001 และกำเนิดแนวคิด Capsule Tough
เรื่องราวของ G-001 ต้องย้อนกลับไปในปี 1994 เมื่อ Casio เปิดตัว G-SHOCK DW-001J ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ NEXAX พร้อมแนวทางการออกแบบที่แตกต่างจาก G-SHOCK ทรงเหลี่ยมและดุดันในยุคนั้น
แนวคิดดังกล่าวมีชื่อว่า Capsule Tough โดยนำวัสดุเรซินมาห่อหุ้มรอบตัวเรือน รวมถึงบริเวณฝาหลัง เสมือนการนำโมดูลนาฬิกาไปเก็บไว้ภายในแคปซูลป้องกันแรงกระแทก
Casio ยังพัฒนาชิ้นส่วนดูดซับแรงกระแทกขึ้นมาเพื่อช่วยปกป้องตัวเครื่อง พร้อมทำให้ตัวนาฬิกาสวมใส่บนข้อมือได้สบายขึ้น DW-001 จึงไม่ได้โดดเด่นเพราะหน้าตาแปลกใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายหนึ่งของการทดลองโครงสร้างตัวเรือนในประวัติศาสตร์ G-SHOCK
จุดน่าสนใจคือ DW-001 รุ่นดั้งเดิมติดตั้งเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ ขณะที่ G-001 รุ่นคืนชีพไม่ได้ถ่ายทอดฟังก์ชันดังกล่าวมาด้วย Casio เลือกเก็บเอกลักษณ์ด้านรูปลักษณ์และโครงสร้างเอาไว้ แล้วเปลี่ยนไปใช้ชุดฟังก์ชันดิจิทัลสำหรับชีวิตประจำวันแทน
ทำไม G-SHOCK ตระกูลนี้จึงถูกเรียกว่า “Jason”?
ชื่อ Jason ไม่ได้ปรากฏเป็นรหัสบนฝาหลังหรือป้ายสินค้า แต่เป็นฉายาที่คนรัก G-SHOCK ใช้เรียกนาฬิกาตระกูลนี้ เพราะรูปทรงของชิ้นส่วนรอบหน้าปัดชวนให้นึกถึงหน้ากากฮอกกี้ของ Jason Voorhees ตัวละครจากภาพยนตร์ชุด Friday the 13th
รูปลักษณ์คล้ายหน้ากาก ตัวเรือนทรงกลม และเรซินที่ล้อมหน้าปัดเป็นชั้น ทำให้ชื่อ Jason กลายเป็นภาพจำที่อยู่คู่กับ DW-001, G-001 และรุ่นทายาทในเวลาต่อมา
เมื่อพูดถึง “G-SHOCK Jason” ในกลุ่มนักสะสม คนส่วนใหญ่จึงไม่ได้หมายถึงนาฬิกาคอลแลบกับภาพยนตร์ แต่หมายถึงสายการออกแบบที่สืบทอดหน้าตาจาก DW-001 นั่นเอง
G-001-9DR การกลับมาอีกครั้งของดีไซน์ระดับตำนาน
ในเดือนกันยายน 2010 Casio นำรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของ DW-001 กลับมาใช้กับตระกูล G-001 โดยยังรักษาตัวเรือนทรงกลม ส่วนป้องกันรอบหน้าปัด และโครงสร้างเรซินด้านหลังเอาไว้ ก่อนติดตั้งโมดูลดิจิทัลหมายเลข 3247 เข้าไปภายใน
G-001 ชุดแรกมีหลายสีให้เลือก ตั้งแต่สีดำที่ใช้งานง่าย ไปจนถึงสีสันสดใสสำหรับคนที่ต้องการให้นาฬิกาเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่น ส่วนเรือนในบทความนี้คือ G-001-9DR สีเหลือง–แดง ซึ่งเป็นหนึ่งในสีที่ถ่ายทอดบรรยากาศแบบย้อนยุคออกมาได้ชัดเจนที่สุด
คำว่า “ย้อนยุค” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความเรียบหรือความเก่า แต่หมายถึงช่วงเวลาที่ G-SHOCK กล้าทดลองกับสี รูปทรง และวัฒนธรรมสตรีต โดยไม่จำเป็นต้องทำให้นาฬิกาทุกเรือนดูเหมือนอุปกรณ์ทางทหาร
เจาะรายละเอียด G-001-9DR เมื่อสีเหลือง แดง และดำมาอยู่ด้วยกัน
สีเหลืองที่ไม่ได้มีไว้เพียงเรียกสายตา
สีเหลืองถูกนำมาใช้เป็นสีหลักบนสาย ตัวเรือน และพื้นหน้าปัด ทำให้นาฬิกามีความต่อเนื่องตั้งแต่ปลายสายด้านหนึ่งไปจนถึงอีกด้านหนึ่ง เมื่ออยู่บนข้อมือจึงดูเป็นวัตถุชิ้นเดียวมากกว่านาฬิกาที่นำสายสีสด มาประกอบกับตัวเรือนภายหลัง
สีดำเพิ่มน้ำหนักให้ตัวเรือน
ขอบหน้าปัด ตัวอักษร และบัคเคิลสีดำช่วยลดความหวานของสีเหลือง พร้อมสร้างกรอบให้หน้าปัดดูชัดขึ้น สีดำยังทำหน้าที่เชื่อมรายละเอียด แต่ละตำแหน่งเข้าหากัน ทำให้ตัวเรือนไม่ดูเหมือนของเล่นมากจนเกินไป
สีแดงสร้างจุดเด่นและมิติ
ปุ่มกดสีแดง กราฟิกวงกลมบนหน้าจอ และชิ้นส่วนเรซินด้านหลัง เป็นรายละเอียดที่ทำให้ G-001-9DR มีพลังมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านข้าง จะเห็นการซ้อนกันระหว่างสีเหลือง สีดำ และสีแดงเป็นชั้นอย่างชัดเจน
จุดเด่นที่ต้องพลิกดูจากด้านหลัง
เสน่ห์ของ G-001 ไม่ได้อยู่บนหน้าปัดทั้งหมด เพราะชิ้นส่วนด้านหลังคือบริเวณที่ถ่ายทอดแนวคิด Capsule Tough ออกมาได้ชัดเจนที่สุด
เรซินสีเหลืองถูกออกแบบให้โอบลงมารองรับด้านล่าง ขณะที่ชิ้นส่วนสีแดงดูคล้ายโครงป้องกันอีกชั้นหนึ่ง เมื่อมองรวมกันจึงเหมือนโมดูลถูกเก็บเอาไว้ภายในแคปซูล ซึ่งเป็นเจตนาหลักของงานออกแบบตั้งแต่รุ่น DW-001
โมดูล 3247 ฟังก์ชันครบโดยไม่ต้องเชื่อมต่อโทรศัพท์
ภายใน G-SHOCK G-001-9DR ใช้โมดูลดิจิทัลหมายเลข 3247 ให้ฟังก์ชันสำหรับการใช้งานประจำวันมาอย่างครบถ้วน ทุกระบบทำงานอยู่บนตัวนาฬิกาโดยไม่ต้องเชื่อมต่อแอปหรือสมาร์ตโฟน
- World Time: แสดงเวลา 48 เมืองใน 29 เขตเวลา
- Stopwatch: จับเวลาละเอียด 1/100 วินาที
- Auto-Start: นับถอยหลัง 5 วินาทีก่อนเริ่มจับเวลา
- Countdown Timer: ตั้งได้ตั้งแต่ 1 นาทีถึง 24 ชั่วโมง
- Auto Repeat: เริ่มนับถอยหลังรอบใหม่โดยอัตโนมัติ
- Progress Beeper: ส่งเสียงบอกความคืบหน้าของการนับถอยหลัง
- Multi-function Alarm: ตั้งปลุกได้ 3 ชุด
- Snooze Alarm: ระบบปลุกซ้ำ
- Hourly Time Signal: สัญญาณแจ้งเตือนรายชั่วโมง
- Flash Alert: ไฟหน้าปัดกะพริบพร้อมเสียงเตือน
- EL Backlight: ไฟเรืองแสงเต็มหน้าจอ
- Auto Light: ไฟติดอัตโนมัติเมื่อยกข้อมือในมุมที่กำหนด
- Full Auto Calendar: ปฏิทินอัตโนมัติถึงปี 2099
- Button Tone: สามารถปิดเสียงปุ่มกดได้
ฟังก์ชันหนึ่งที่น่าสนใจคือกราฟิกวงกลมบนหน้าจอ ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลตามโหมดการทำงาน เช่น แสดงจังหวะวินาทีในโหมดบอกเวลา แสดงการเคลื่อนไหวขณะจับเวลา และเปลี่ยนทิศทางเมื่อใช้ตัวจับเวลาถอยหลัง
ตารางสเปก G-SHOCK G-001-9DR
| ชื่อรุ่น | Casio G-SHOCK G-001-9DR |
|---|---|
| ตระกูล | G-001 หรือ G-SHOCK Jason |
| โมดูล | 3247 |
| รูปแบบการแสดงผล | ดิจิทัล |
| โครงสร้าง | Shock Resistant พร้อมดีไซน์ที่สืบทอดแนวคิด Capsule Tough |
| การกันน้ำ | 200 เมตรตามสเปกจากโรงงาน |
| เวลาโลก | 48 เมือง 29 เขตเวลา |
| ระบบจับเวลา | ละเอียด 1/100 วินาที สูงสุด 23:59:59.99 ชั่วโมง |
| จับเวลาถอยหลัง | 1 นาทีถึง 24 ชั่วโมง พร้อม Auto Repeat และ Progress Beeper |
| ระบบปลุก | Multi-function Alarm 3 ชุด รวม Snooze Alarm |
| ระบบไฟ | EL Backlight พร้อม Auto Light และเลือกระยะเวลาเปิดไฟได้ |
| ปฏิทิน | Full Auto Calendar ถึงปี 2099 |
| แบตเตอรี่ | CR2025 |
| อายุแบตเตอรี่ | ประมาณ 7 ปีตามเงื่อนไขการทดสอบของ Casio |
ทำไม G-001-9DR จึงน่าสนใจสำหรับนักสะสม?
สำหรับคนทั่วไป G-001-9DR อาจเป็นเพียง G-SHOCK สีเหลืองเรือนใหญ่ แต่สำหรับนักสะสม รายละเอียดหลายอย่างทำให้รุ่นนี้น่าสนใจมากกว่านั้น
1. มีสายสัมพันธ์กับ DW-001 รุ่นปี 1994
G-001 ไม่ใช่รูปทรงที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยไม่มีที่มา แต่เป็นการนำเอกลักษณ์ของ DW-001 ซึ่งอยู่ในประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ ของ G-SHOCK กลับมาปรับใช้กับนาฬิกายุคใหม่กว่า
2. ดีไซน์ต่างจาก G-SHOCK รุ่นยอดนิยมทั่วไป
ในตลาดมือสอง เรามักพบตระกูล 5600, 6900, GA-100 หรือ GA-110 อยู่เสมอ แต่ G-001 มีรูปทรงเฉพาะตัวจนสามารถจดจำได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น
3. สีเหลือง–แดงถ่ายทอดบรรยากาศย้อนยุคได้ชัดเจน
การจับคู่สีของ G-001-9DR ให้ความรู้สึกเหมือนอุปกรณ์หรือของเล่น จากโลกอนาคตตามจินตนาการในยุค 1990 ซึ่งเข้ากับรูปทรง Jason ได้ดีกว่าสีเรียบธรรมดา
4. อุปกรณ์ประกอบช่วยเติมเรื่องราวให้สมบูรณ์
จากภาพ นาฬิกาเรือนนี้มาพร้อมกล่องเหล็ก G-SHOCK ป้ายสินค้าที่ระบุรหัส G-001-9DR และคู่มือโมดูล 3247 อุปกรณ์เหล่านี้มีประโยชน์ทั้งในด้านการตรวจสอบรุ่น และเพิ่มความสมบูรณ์ของชุดสะสม
อย่างไรก็ตาม ควรประเมินจากสภาพจริงของนาฬิกา ระบบการทำงาน ความยืดหยุ่นของเรซิน และประวัติการดูแลร่วมกัน ไม่ควรพิจารณาจากจำนวนอุปกรณ์ในชุดเพียงอย่างเดียว
จุดที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อ G-SHOCK G-001 มือสอง
ตรวจเรซินรอบตัวเรือนและด้านหลัง
G-001 มีชิ้นส่วนเรซินหลายชั้น ควรตรวจรอยแตก รอยปริ และความแข็งกรอบ โดยเฉพาะส่วนที่โอบลงไปบริเวณฝาหลัง ซึ่งเป็นทั้งเอกลักษณ์และส่วนสำคัญของโครงสร้างตัวเรือน
ตรวจสาย รูสาย ห่วงสาย และบัคเคิล
ลองดัดสายเบาๆ เพื่อดูความยืดหยุ่น ตรวจบริเวณรูสาย จุดยึดใกล้ตัวเรือน ห่วงสาย และตำแหน่งที่ถูกบัคเคิลกดเป็นประจำ เพราะเรซินที่ผ่านเวลามานานอาจมีความแข็งแตกต่างจากตอนออกจากโรงงาน
ทดลองปุ่มกดทุกตำแหน่ง
ทดสอบการเปลี่ยนโหมด ตั้งเวลา เปิดไฟ เริ่มและหยุดจับเวลา ปุ่มทุกตำแหน่งควรตอบสนองโดยไม่ติดขัดหรือจมค้าง
ตรวจระบบไฟ EL และ Auto Light
ไฟ EL ควรสว่างทั่วหน้าจอ ส่วน Auto Light สามารถเปิดระบบ แล้วทดลองเอียงข้อมือเข้าหาตัว เพื่อตรวจการทำงานของเซ็นเซอร์
ตรวจเสียงปลุกและ Flash Alert
ลองใช้ฟังก์ชันทดสอบเสียงหรือตั้งเวลาปลุก พร้อมเปิด Flash Alert เพื่อตรวจว่าระบบแจ้งเตือนด้วยเสียงและแสง ยังทำงานตามปกติ
ตรวจรหัสบนฝาหลัง
ฝาหลังควรแสดงรหัส G-001 และหมายเลขโมดูล 3247 ตรวจหัวสกรู รอยเปิดเครื่อง รอยงัด และการวางซีล โดยเฉพาะเรือนที่ไม่มีข้อมูลการเปลี่ยนแบตเตอรี่ครั้งล่าสุด
ผู้ที่สนใจรายละเอียดการดูแลสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือเปลี่ยนแบตเตอรี่และเช็กระบบกันน้ำ G-SHOCK
G-001-9DR เหมาะกับใคร?
นาฬิกาเรือนนี้เหมาะกับคนที่ต้องการ G-SHOCK ซึ่งมีรูปลักษณ์ แตกต่างจากรุ่นยอดนิยม รวมถึงผู้ที่ชอบงานออกแบบยุค 1990 สีสันแบบสตรีต และนาฬิกาที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์รองรับ
เมื่อนำไปใส่กับเสื้อสีดำ ตัวเรือนสีเหลืองจะโดดขึ้นมาอย่างชัดเจน หากใส่กับเสื้อผ้าแนวสตรีตหรือวินเทจ ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศย้อนยุค โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเครื่องประดับจำนวนมาก
G-001-9DR ไม่ใช่นาฬิกาที่พยายามกลมกลืนไปกับทุกชุด แต่มันทำหน้าที่เป็นจุดเด่นบนข้อมืออย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่คนชอบ G-SHOCK สีพิเศษน่าจะเข้าใจได้เป็นอย่างดี
สรุป G-SHOCK G-001-9DR เสน่ห์ของอดีตที่ไม่ต้องทำตัวเหมือนใคร
G-SHOCK G-001-9DR รวมประวัติศาสตร์จาก DW-001 ปี 1994 แนวคิด Capsule Tough และการใช้สีเหลือง–แดงที่สะท้อนความสนุก ของ G-SHOCK ยุคหนึ่งเอาไว้ในเรือนเดียว
รูปทรงของมันอาจไม่เรียบง่าย สีของมันอาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความเงียบ และชื่อ Jason อาจฟังดูน่ากลัวเกินกว่านาฬิกาสีสดใสเรือนหนึ่ง แต่ความขัดแย้งเหล่านี้เองที่ทำให้ G-001-9DR มีบุคลิกชัดเจน และยังคงถูกจดจำได้แม้เวลาจะผ่านมานาน
บางครั้งคุณค่าของนาฬิกาสะสมไม่ได้อยู่ที่วัสดุราคาแพง หรือจำนวนผลิตที่ถูกจำกัด แต่อยู่ที่การมองเพียงครั้งเดียว แล้วรู้ได้ทันทีว่านาฬิกาเรือนนั้นคืออะไร
สำหรับคนรัก G-SHOCK รูปทรงแบบ Jason คือหนึ่งในภาพจำ ที่ยากจะสับสนกับนาฬิการุ่นอื่นจริงๆ
แล้วเพื่อนๆ ชอบ G-001 รุ่นคืนชีพจากปี 2010 หรือชอบเสน่ห์ดั้งเดิมของ DW-001 ปี 1994 มากกว่ากันครับ?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ G-SHOCK G-001-9DR
G-SHOCK G-001-9DR เปิดตัวเมื่อใด?
ตระกูล G-001 ชุดแรกเปิดตัวในเดือนกันยายน 2010 โดยนำรูปทรงของ DW-001 ซึ่งเริ่มต้นในปี 1994 กลับมาปรับใหม่
ทำไม G-001 จึงถูกเรียกว่า Jason?
ชื่อนี้เป็นฉายาที่เกิดจากรูปทรงบริเวณรอบหน้าปัด ซึ่งชวนให้นึกถึงหน้ากากฮอกกี้ของ Jason Voorhees จากภาพยนตร์ชุด Friday the 13th
G-001-9DR ใช้โมดูลอะไร?
รุ่นนี้ใช้โมดูลหมายเลข 3247 สามารถตรวจสอบหมายเลขได้จากฝาหลัง ป้ายสินค้า และคู่มือประจำรุ่น
G-001-9DR ใช้แบตเตอรี่อะไร?
โมดูล 3247 ใช้แบตเตอรี่ CR2025 โดย Casio ระบุอายุประมาณ 7 ปี ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด
G-001-9DR กันน้ำได้เท่าไร?
สเปกจากโรงงานระบุการกันน้ำ 200 เมตร แต่หากเป็นนาฬิกามือสองควรตรวจซีลและทดสอบแรงดัน ก่อนนำไปใช้งานในน้ำ
G-001-9DR เป็น Limited Edition หรือไม่?
G-001-9DR เป็นหนึ่งในสีของตระกูล G-001 ไม่ใช่รุ่น Limited Edition ที่ประกาศจำนวนผลิต จุดเด่นด้านการสะสมมาจากดีไซน์ Jason สีเฉพาะ และความเชื่อมโยงกับ DW-001 รุ่นดั้งเดิม
ติดตามเรื่องราว รีวิว และความรู้เกี่ยวกับนาฬิกา G-SHOCK มือสองได้ที่ GshockMuesong.com
ถ้าชอบ #GSHOCK ตามผมมาลันล๊า! แน่นอน 😜










0 ความคิดเห็น